เจาะลึกกลไก DermaV™ เครื่องเลเซอร์รักษาเส้นเลือดฝอย กับการทำงานร่วมกันของ 532nm KTP และ 1064nm Nd:YAG ใน Vascular Laser เพื่อการดูแลที่ครบวงจร
ความท้าทายของแพทย์ในการจัดการปัญหาหลอดเลือด (Vascular Lesions)
ในมุมมองของแพทย์ผิวหนังและผู้ประกอบการคลินิก อาจมีหนึ่งในความท้าทาย คือการจัดการปัญหาหลอดเลือด (Vascular Lesions) ที่ผู้รับบริการไม่ได้มาพบแพทย์เพียงปัญหา “เส้นเลือดฝอย” แค่รูปแบบเดียว แต่มาด้วยรูปแบบของปัญหาผิวที่หลากหลาย ตั้งแต่รอยแดงจาง ๆ ทั่วใบหน้า (Diffuse Redness), เส้นเลือดฝอยสีแดง (Telangiectasia) ที่ผิวตื้น ไปจนถึงเส้นเลือดดำร่างแห (Reticular Veins) สีเขียวหรือสีม่วงที่อยู่ลึกกว่า
ในอดีต คลินิกมักถูกจำกัดด้วยเทคโนโลยีการพึ่งพา Vascular Laser หรือเครื่องมือเลเซอร์รักษาเส้นเลือดฝอยแบบคลื่นเดี่ยว (Single-wavelength) หรือเทคโนโลยีแสง (IPL) มักบังคับให้แพทย์ต้อง “เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง” เพียงเท่านั้น เช่น เครื่องมืออาจจัดการรอยแดงตื้นได้ดี แต่ไม่สามารถลงไปถึง “เส้นเลือดที่เป็นต้นตอ” (Feeder Vessels) ที่อยู่ลึกกว่าได้ ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้อาจไม่สมบูรณ์และปัญหากลับมาเป็นซ้ำได้ง่าย
นี่คือจุดที่นวัตกรรม Dual-Wavelength Vascular Laser อย่าง DermaV™ เข้ามาเปลี่ยนกระบวนการในการดูแลผู้รับบริการ เพราะ DermaV™ ไม่ใช่แค่เครื่อง Vascular Laser เครื่องนึงเท่านั้น แต่เป็น “แพลตฟอร์ม” ที่ออกแบบมาเพื่อมอบเครื่องมือที่ “ครบถ้วน” ให้กับแพทย์ ช่วยให้สามารถออกแบบโปรโตคอลการดูแล เลเซอร์รักษาเส้นเลือดฝอย ได้อย่างครอบคลุมทุกมิติความลึก
ทำไม “ความยาวคลื่น” (Wavelength) จึงสำคัญที่สุด
การที่ Vascular Laser จะใช้งานได้แบบประสบความสำเร็จนั้น มักจะขึ้นอยู่กับหลักการพื้นฐานทางฟิสิกส์ คือ “Selective Photothermolysis” (กระบวนการที่ใช้เลเซอร์หรือแสงพลังงานสูงเพื่อจัดการเป้าหมายในชั้นผิวหนัง) โดยมีเป้าหมายคือ “Oxyhemoglobin” (ในเม็ดเลือดแดง)
อย่างไรก็ตาม ปัญหาคือเป้าหมาย (Oxyhemoglobin) นี้ ไม่ได้อยู่ “ที่เดียว” หรือ “ขนาดเดียว” แต่มักจะมีอยู่ 2 ขนาดที่สำคัญ ได้แก่
- ปัญหาหลอดเลือดตื้น (Superficial): เช่น รอยแดง, Rosacea, หรือ เลเซอร์รักษาเส้นเลือดฝอย ฝอยเล็กๆ (Telangiectasia) เป้าหมายเหล่านี้อยู่ตื้น (เช่น ใน Papillary Dermis) มีขนาดเล็ก และมักมีสีแดงสด
- ปัญหาหลอดเลือดลึก (Deep): เช่น Reticular Veins หรือ Feeder Vessels ที่เป็นต้นตอ เป้าหมายเหล่านี้อยู่ลึก (เช่น ใน Reticular Dermis หรือ Subcutaneous) มีขนาดใหญ่กว่า และมักมีสีเข้ม (ม่วง/น้ำเงิน)
การใช้ Vascular Laser ความยาวคลื่นเดียวเพื่อจัดการทั้งสองปัญหานี้จึงแทบเป็นไปไม่ได้ นี่คือเหตุผลที่ DermaV™ ผสานสองความยาวคลื่นที่ได้รับการยอมรับสูงสุด (Gold Standard) เข้าไว้ด้วยกัน
กลไกที่ 1: 532nm KTP – Golden Standard สำหรับ “รอยแดงตื้น” (Superficial Redness)
- หลักการทำงาน (Mechanism): ความยาวคลื่น 532nm KTP มี “ค่าการดูดซับ” (Absorption Coefficient) โดย Oxyhemoglobin ที่ “สูงมาก”
- ผลลัพธ์: เมื่อค่าการดูดซับสูง พลังงานเลเซอร์เกือบทั้งหมดจะถูก “ดูดซับทันที” ที่ผิวชั้นตื้น (Superficial Dermis) ที่มี Oxyhemoglobin อยู่หนาแน่น พลังงานจะไม่สามารถ “ทะลุ” (Penetrate) ลงไปลึกกว่านั้นได้
- การประยุกต์ใช้ทางคลินิก (สำหรับแพทย์): นี่คือความยาวคลื่นที่ “เหมาะสมที่สุด” (Ideal) สำหรับเป้าหมายที่ตื้นและเล็ก แพทย์สามารถใช้ 532nm KTP ใน DermaV™ เพื่อจัดการกับปัญหา เช่น
- รอยแดงจางๆ ทั่วใบหน้า (Diffuse Redness)
- ปัญหา เลเซอร์รักษาเส้นเลือดฝอย ฝอยสีแดงเล็กๆ (Small-caliber Telangiectasia)
- ปัญหา Rosacea (ในส่วนที่เป็นรอยแดงและเส้นเลือดตื้น)
นี่คือเครื่องมือหลักสำหรับโปรแกรม เลเซอร์รักษาเส้นเลือดฝอย บนใบหน้า แต่เพียงเท่านี้อาจยังไม่ “จบ” หากยังมีปัญหาที่ลึกกว่าซ่อนอยู่
กลไกที่ 2: 1064nm Nd:YAG – กุญแจสำคัญสำหรับ “เส้นเลือดลึก” (Deeper Vessels)
- หลักการทำงาน (Mechanism): ความยาวคลื่น 1064nm Nd:YAG มีค่าการดูดซับโดย Oxyhemoglobin “ต่ำกว่า” 532nm KTP อย่างมีนัยสำคัญ แต่มี “การกระเจิงแสง” (Scattering) ที่ต่ำกว่ามาก
- ผลลัพธ์: การที่พลังงานถูกดูดซับน้อยกว่าที่ผิวตื้น ทำให้ 1064nm สามารถ “ทะลุทะลวง” (Penetrate) ลงไปได้ลึกกว่ามาก (ลึกได้หลายมิลลิเมตร) ไปยังชั้น Reticular Dermis หรือชั้นไขมัน เพื่อค้นหาเป้าหมายที่ใหญ่กว่าและลึกกว่า
- การประยุกต์ใช้ทางคลินิก (สำหรับแพทย์): นี่คือความยาวคลื่นที่ “จำเป็น” (Essential) สำหรับการจัดการปัญหาหลอดเลือดที่ซับซ้อน แพทย์สามารถใช้ 1064nm Nd:YAG ใน DermaV™ เพื่อจัดการกับ
- “Feeder Vessels” (เส้นเลือดต้นตอ) ที่มักอยู่ลึกและเป็นสาเหตุของการกลับมาเป็นซ้ำของ เลเซอร์รักษาเส้นเลือดฝอย
- Reticular Veins (เส้นเลือดดำร่างแห) ที่มีสีเขียวหรือม่วง
- เลเซอร์รักษาเส้นเลือดฝอย บริเวณขา หรือเส้นเลือดที่มีขนาดใหญ่ขึ้น
แพลตฟอร์ม Vascular Laser ที่ขาด 1064nm ก็เปรียบเหมือนการ “ตัดกิ่งไม้” (รอยแดงตื้น) โดยที่ยังไม่ได้ “ถอนราก” (เส้นเลือดลึก)
“จบครบในเครื่องเดียว” กับ DermaV™ สำหรับคลินิก
1. พลังแห่งการ “ออกแบบโปรโตคอล” (Protocol Design Freedom): DermaV™ ไม่ได้บังคับให้แพทย์ใช้โปรโตคอลตายตัว แต่ “ให้อำนาจ” แพทย์ในการออกแบบการดูแลแบบ “เฉพาะบุคคล” (Personalized) ดังตัวอย่างด้านล่าง
- เคสที่ 1 (Rosacea): แพทย์อาจใช้ 1064nm Nd:YAG ด้วยพลังงานต่ำๆ เพื่อจัดการ Feeder Vessels ที่ซ่อนอยู่ก่อน จากนั้นจึงใช้ 532nm KTP เพื่อเก็บรายละเอียดรอยแดงตื้นและเลเซอร์รักษาเส้นเลือดฝอยขนาดเล็ก
- เคสที่ 2 (เส้นเลือดที่ขา): แพทย์สามารถใช้ 1064nm Nd:YAG เป็นหลัก เพื่อจัดการเส้นเลือดที่ใหญ่และลึกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- เคสที่ 3 (รอยแดงตื้น): แพทย์สามารถเลือกใช้ 532nm KTP เพียงอย่างเดียว
2. ประสิทธิภาพที่เหนือกว่า (Superior Efficacy) การจัดการปัญหาหลอดเลือดที่ “ต้นตอ” (1064nm) และ “ปลายเหตุ” (532nm) ในคราวเดียวด้วย DermaV™ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวมของโปรแกรม เลเซอร์รักษาเส้นเลือดฝอย และลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำ
3. ความคุ้มค่าในการลงทุน (Return on Investment) การลงทุนใน DermaV™ เครื่องเดียว เทียบเท่ากับการได้ Vascular Laser มาตรฐานทองคำถึง 2 เครื่อง (KTP และ Nd:YAG) คลินิกสามารถขยายขอบเขตการบริการ (Scope of Practice) จากแค่ “รอยแดง” ไปสู่ “ปัญหาเส้นเลือดที่ซับซ้อน” ทั้งใบหน้าและลำตัวได้ นี่คือความหมายที่แท้จริงของ Vascular Laser ที่ครบวงจร
DermaV™ คือเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อแพทย์
ในบรรดา Vascular Laser ทั้งหมด การมี “ความยาวคลื่นที่ถูกต้อง” คือสิ่งสำคัญที่สุด DermaV™ ตอบโจทย์นี้โดยการมอบ “เครื่องมือที่ครบถ้วน” ให้กับแพทย์
DermaV™ ช่วยให้แพทย์ก้าวข้ามข้อจำกัดของ Vascular Laser แบบเดิมๆ โดยมอบ “ความยืดหยุ่น” ในการเลือกใช้ 532nm KTP สำหรับ “รอยแดงตื้น” และ 1064nm Nd:YAG สำหรับ “เส้นเลือดลึก” การที่ DermaV™ มีทั้งสองความยาวคลื่นในแพลตฟอร์มเดียว ทำให้แพทย์สามารถออกแบบโปรโตคอลเลเซอร์รักษาเส้นเลือดฝอยที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้รับบริการแต่ละรายได้อย่าง “จบครบ” อย่างแท้จริง
ข้อมูลอ้างอิง :
https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC2884838/
https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/32371774/